โปรดเปิดเสียงอุปกรณ์ของคุณ

แล้วเข้ามาสู่โลกใบเล็กของผมกัน!!

เรา seewhyend ขอบคุณที่เข้ามารับชม Portfolio ของเรานะ!

Lifetime Project

HomeArtist – Lifetime Project

18.06.2020
อู๋อายุ 16 ปี

เวลายังเดินต่อและผ่านไป
อดีตที่ขีดเขียนเก็บไว้ส่วนลึกระหว่างใจ 
ขอบคุณทุกเรื่องราวเหมือนปักษาไม่ห่างไพร
จะเล่าทุกความคิดพ่นออกมาจากใจ 

ที่คิดอยู่แม้สุดท้ายจากไกล
แต่จะเก็บทุกเรื่องราวไม่คิดย้ายจากไป
ในชีวิตไม่คิดร้ายกับใคร เชื่อ
กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ใครพิษร้ายกับใจ เมื่อ

สงสัยหลายเรื่องยังไม่กระจ่าง
เหตุใดฟ้ามืดมนเพราะฝนสร้างก่อนจะสร่าง
จึงรู้ว่าโลกทั้งใบมันช่างกว้างและใหญ่มาก
พ้นความทรงจำทุกอย่างมันคงวนกลับไปยาก

ต่างคนต่างแตกต่างไม่อาจเหมือนก็อปวางแน่
แต่วันนึงเราอาจต้องเลือกแน่บนทางแยก
ถึงเรื่องราวที่ดีแม้ว่าใครจะว่าแย่
จึงกรอกชื่อลงเล่มใหม่และเปิดออกเป็นหน้าแรก 

*จะเก็บไว้ เรื่องราวเรียงรายร้อยพัน
หากวันเวลาจะยังคงเปลี่ยนไป จดจำจากใจของกัน 

รู้ว่าทางชันมันยากลำบากกว่าเดิมอีก
เหมือนกับชีวิตมันไม่ลงไปตามบีท
คำคนที่ลับไม่คมยังเดินกรีด
บอกตัวเองไม่สนครับ ผมจะกางปีก

ถ้าหากมันล้ม ล้มเหลวได้แต่อย่าเลิก
ให้ฝันกับรอยยิ้มเป็นรางวัลที่อยากเพิ่มเติม
เดินต่อ ความจำในใจทุกอย่างเริ่ม
ถึงคนมันกลับกลอกเกลื่อนกลาดเฉยจนอยากเพิก 

รู้สึกว่าโลกมันก็น่าขยาดในบางครั้ง
เหมือนรู้ถึงบทลงโทษที่ใครพลาดในทางพลั้ง
ไม่หวังให้ลมพัดจากลาต้องกลับมา
กับตาเชื่อว่าผักปลามีรสขมคือจัดยา 

บาร์สัมผัสปรัชญาสอดศัทธาความจริงใจ 
บอกหากความทรงจำเป็นคีย์บอร์ดให้เพื่อพิมพ์ไป
จะหยิบความสุขอาจหายวับไปเมื่อวิ้ง
สิ่งที่เชื่อคือทุกข์จะผ่านไปเมื่อยิ้ม

(*)

ทุกวันยังคงมีแสงจากจันทร์
ตัวเราเองอาจเปลี่ยนไป แต่คงไม่ต่างจากมัน
คงมีสักคราที่เพื่อนเราต้องเดินห่างจากกัน
เหมือนเวลาค่อยๆเคลื่อนห่างจากวัน

 จึงบันทึกเรื่องราวลงสมุด
บอกมาเป็นเพลงที่ร้อยเรียงเพียงสนุก
เรียงรายออกท้องนภาตั้งแต่ฟ้าจนสมุทร
นึกถึงคำถามในใจเมื่อไหร่จะทุกข์หรือจะสุข 

จึงรู้ว่าเวลามันก็ผ่านไปไว
ความทรงจำไม่อาจอ่านในใจ
เหมือนกับศาสตร์ของชีวิตไม่ต่างจากใคร ๆ
ยังคงหวังในแสงสว่างใด ๆ 

ที่พบเจอจะยังคงรักและนึกถึงเสมอ
แม้ลืมในบทที่เคยผ่านหากนานมันอาจจะเบลอ
จึงบันทึกเก็บเป็นเพลงเตือนความจำหากจะเผลอ
ให้วันหนึ่งตัวฉันเองเปิดผ่านกลับมาเจอ 

เรื่องราวเรียงรายร้อยพันผ่านแสงระยิบของดวงดาว
จากนี้เติบโตขึ้นอีกวันพร้อมกับความคิดในวัยเยาว์
ขอบคุณชีวิตความหวังที่ยังคงสว่างไม่กลัวเงา
วันนี้พักก่อนฝันดี พรุ่งนี้ยังมีให้สู้นะตัวเรา

หน้าแรก (Page 1)

"ขอบคุณชีวิตความหวังที่ยังคงสว่างไม่กลัวเงา
วันนี้พักก่อนฝันดี พรุ่งนี้ยังมีให้สู้นะตัวเรา"

หน้าแรก ของหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นตอนที่ผมอยู่ ม.4 ตอนนั้นผมคิดเพียงแค่ว่าหลาย ๆ คนเขียน Diary ของตัวเอง ผมก็อยากจะเขียนบ้าง แต่เขียนออกมาเป็นเพลงนะ ช่วงเวลา ณ ตอนนั้นผมพึ่งผ่านความผิดหวังมา หลาย ๆ ความฝันที่ฝันไว้ไม่ได้ไปต่อ แต่ผมเริ่มยอมรับมันได้และตั้งใจจะเติบโตไปต่อในวัยนั้น เพลงนี้จึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความกล้าที่จะทำ กล้าที่จะก้าวเดินต่อไปของผม

ความไม่สมบูรณ์ของเพลงนี้เป็นความสวยงามหนึ่งในชีวิตของผม ผมเปิดเพลงนี้ทีไรก็จะนึกถึงช่วงเวลาที่เราไม่รู้อะไรเลยและได้มาเริ่มทำเพลงเป็นครั้งแรก!

เราอยากให้เพลงนี้เป็น “หน้าแรก” ของสมุดเล่มใหม่ของเรา เนื่องในวันเกิดอายุ 16 ปี

ที่ผ่านมาถ้าเปรียบก็เหมือนเรามีสมุดอยู่หลายเล่มที่เขียนไว้ และเราเขียนมันไม่จบสักเล่ม เพราะเราไม่สามารถลบแล้วเขียนมันใหม่ได้ แต่เราก็ไม่เคยคิดหรอกนะว่ามันจะมีตอนจบ ตราบใดที่เรากล้าจะไปหยิบสมุดเล่มใหม่ เปิด เริ่มเขียนมันอีกครั้งในหน้าแรก ไม่ว่าเล่มที่ผ่าน ๆ มาจะเขียนไปกี่หน้าแล้วก็ตาม เราแค่หวังให้สมุดแต่ละเล่มสมบูรณ์ที่สุด และหวังว่าเราจะเขียนเล่มนี้ไปได้ไกลพอในแบบที่มันควรจะเป็น แล้วค่อยปิดสมุดลง เพราะบางทีเราอาจจะได้ขึ้นหน้าใหม่ในเล่มต่อไปก็ได้ /:) 

18.06.2021
อู๋อายุ 17 ปี

05:45 (Page 2)

"ก่อนก้าวเท้าออกจากบ้านแค่ จะลงไปกินข้าวอาหารเช้าอยู่ข้าง ๆ แม่"

05:45 เป็นเวลาที่ผมจะออกจากบ้านไปโรงเรียน ผมในช่วงเวลานั้นอยู่ ม.5 เริ่มรู้สึกว่าใกล้จะจบม.ปลายแล้วนะ จึงอยากบันทึกอะไรเรียบง่าย ๆ ที่เป็นความสุขเล็ก ๆ อย่างการตื่นมากินข้าวกับแม่ก่อนไปโรงเรียน ตอนนั้นเป็นช่วง Covid-19 กำลังระบาดด้วย ทำให้ผมรู้สึกกังวลกับชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป จึงเหมือนกับการเขียนย้ำเตือนตัวเองว่า อย่าลืมความสุขรอบตัว อย่าลืมความฝัน อย่าลืมหันมองคนที่เรารักนะ

ในตอนที่ตื่นมาสภาพแย่
วันนี้วันอื่น ๆ จะเจออะไรไม่อาจทราบแน่
เพราะงั้น ก่อนก้าวเท้าออกจากบ้านแค่
จะลงไปกินข้าวอาหารเช้าอยู่ข้าง ๆ แม่ 

ได้เวลาออกเดินทางยังไม่เช้ามาก
ในวันที่อ่อนล้าคิดจะพักต้องตบเท้าลาก
ฉีกยิ้มเป็นกิจวัตรให้กับฟ้ากว้าง
แม้อาจจะมีบ้างลองหยิบจับกลับเป็นคว้าพลาด 

เราหม่นได้แต่ไม่ชอบหมอง
หากคำก่นด่าตามมาหลอกให้รอบ ๆ หลอน
จากคติที่ลงไว้อยู่ในหน้าสอง
ในวันที่ล้มเหลวอย่าล้มเลิกคือสิ่งที่พ่อสอน 

ลองปล่อยวางเอาให้ห่างจากสัตว์ประเสริฐเกณฑ์
ไม่ใช่ทุกครั้งไปว่าไอ่ที่เบี่ยงมักจะเกิดเบน
ใช่ อะไรจะเกิดให้มันเกิดเอง
เหนื่อยท้อใจทิ้งไปแล้วก็เปิดเพลง 

*สุดขอบฟ้า สายลมพัดพา เรื่องราวมากมาย สวยงามเท่าไหร่
วันพรุ่งนี้ อาจจะเจอเรื่องใหม่ พบพานเข้ามา ก่อนผ่านไป
หมู่ดอกไม้ ผลิบานงดงาม เติบโต แม้จะร่วงโรยไป
เก็บรอยยิ้ม ขอบใจทุกสิ่งที่ผ่าน ให้ลบล้างความอ่อนล้าออกไป

สิ่งสำคัญคือสดใสให้ถึงเบิกบาน
ออกไปเจอกับแสงของวันใหม่สาดส่องเบิกทาง
เจอผู้คนคงแตกต่างตั้งแต่เติบคลาน
เลยอยากจับ ”สันติ” ข้างใน ”ภาพ” ออกมาเปิดกาง 

จับสติอย่าให้ละเลิงล้นจนลื่นเหลิง
เพราะสิ่งที่ได้รับระหว่างรู้อาจยังตื้นเขิน
อาจสัมผัสแค่ปลายผิวแบบไม่ถึงครึ่งเผิน
เพราะงั้นหยิบทัศนะจับมาเติมแบบอย่าพึ่งเสริม 

เปลี่ยนตัวเองด้วยสัจจะว่าจะเป็นคนใหม่
ไม่อยากตามคนนั้นคนนู้นก้มหัวให้คนใหญ่
อยากเคารพคนช่างฝันคนที่ช่างใฝ่
คนที่ฝ่าฟันดิ้นรนบนโลกอันกว้างใหญ่ 

แด่ทุกคนที่เดินทางผ่านความอ่อนล้า
ขอให้ความสุขมาเดินตามเห็นได้ก่อนคว้า
แล้ว ยิ้มบนหน้าจะเป็นคำตอบ
ถ้าหากเหนื่อยท้อใจให้มองไป

(*)

18.06.2022
อู๋อายุ 18 ปี

 /act 1 – เด็กน้อย/
กูเริ่มขับร้องเป็นบทเพลงตอนปอสาม
ตอนวิ่งเล่นกันอุตลุดจนหมดเปลไม่พอหาม
รู้สึกสนุกกว่ากดเกม
แต่มีคนมาห้าม กำหนด way จนอดจะกด play

ศัทธาแล้วมึงต้องตอบอย่ารอถาม
อย่าพล่ามมาก เป็นเด็กดีนะ
ทำตามหลักการกฎเกณฑ์ที่เล่าขานซะ กลับคูณจับกลายเป็นหารซะ
โบราณวัตถุว่าศิลปะมันฝาดให้เข้าที่หวาน
ที่วัสดุมันหยาบมีแต่คนเฒ่าที่สาน กูเลยตั้งจิตอธิษฐานปฏิญาณ

ขึ้นมัธยมกูจะเป็นเบี้ยใครไม่ได้
ในสังคมกูเลือกเคารพผู้ใหญ่เหี้ย ๆ กูไม่ไหว้
แต่ศักดิ์ศรีแม่งอุปโภคยังไม่ได้
กูหลุดหัวเราะให้กับโลกที่แม่งตลกน่าสลดแต่ไม่ง่าย 

เพราะนี่คือโลกที่อยากได้ต้องประจบประแจง
ปรากฎแสดงเป็นผลในระบบคะแนน
ตลบตะแลง เหมือนกันหมดประจบจะกลบตะแบง
เลยเลือกจะจบและสบถสแลง 

ตอนสิบสี่หยิบสระมาสลับให้ได้เกิด flow
เลยจับศิลปะมาประดับเพื่อจะเติบโต
สลัดและกระจัดวัฏจักรที่เคยเอิบสกัดออก
เป็นอิสระจัดอัตตะจับเปิดโชว์ 

*เจ้าเด็กน้อยบนทาง (เจ้าเด็กน้อย) ท่ามกลางหยาดฝนโปรยมา (ท่ามกลางฝน)
ใจที่ยังเปียกปอน หยดฝนจากตาก่อนนอน (อย่าเป็นน้ำตา)
อาจยังคงทุกข์ทนทรมาน (ทรมาน) คำที่เก็บไว้ในวันเมื่อวาน (ยังฝังใจ)
เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เมฆฝนจะออกจากใจ (จะมีรุ้งมา) 

/act 2 – แม่น้ำ/
 ใครก็ต่างใฝ่สูงอย่างใจอยาก
แต่เงินบัญชีใส่ศูนย์เข้าไปฝาก
เพราะงั้นถึงวันคนเลยกระจัดไปจนสลัดให้ไกลจากจากประวัติ
จนมิตรภาพเป็นของประดับเพื่อเกียรติศักดิ์ เงียบสงัด

แต่กูยังต้องสู้ต่อยังไม่ว่างที่จะคิด
จะเติบโตไปเป็นดาวที่จะพราวให้ได้พร่าง
ยังคงทำยังคงสร้างยังคงคิด
ถึงแม้หูกูจะดับลงไปข้างทั้งชีวิต 

และขณะที่หอบภาระจนพะรุง
ตักตวงความผิดหวังจากรอบตัวเป็นกระบุง
จะยังมีความรักจากครอบครัวคอยพยุง
อยากกล่าวขอบพระคุณ 

*เจ้าแม่น้ำริมทาง (เจ้าแม่น้ำ) คราใดหยาดฝนโปรยมา (ยามฝนโปรย)
คอยแบ่งรับความเปียกปอน โอบกอดให้เราหลับนอน (เป็นที่พักพิง)
ในยามเช้าหรือยามวิกาล (เวลาไหน) จะชำระล้างเรื่องราวเมื่อวาน (ปลอบโยนใจ)
ให้มันได้ผ่านไป ความเหนื่อยล้าออกจากใจ (และเลือนหายไป) 

/act 3 – ดอกไม้/
และอยากจะบอกถึงทุกคนที่ฟังบ้าง
ขอให้หลังจากนี้เธอเบ่งบานได้ดั่งวาด
ให้สิ่งที่เธอได้ทำสร้าง
เติบโตจากอดีตจากบทเรียนที่ทำพลาด

ให้เธอได้โตไปเป็นดอกไม้เบ่งบานฉันเป็นราก
ให้รู้เอาไว้วันวานที่ผ่านมาเธอเก่งมาก
และ ให้เธอลองยิ้มเพราะเธอเป็นเธอไม่คล้ายใคร
ฉันเชื่อว่าเธอจะผ่านไม่ว่าเรื่องราวร้าย ๆ ใด 

*เจ้าดอกไม้บนทาง (เจ้าดอกไม้) อาจจะมีฝนโปรยมา (อาจมีฝน)
ทำให้เธอเปียกปอน ขอไม่ให้หมดเกสร (เธอยังหายใจ)
ในยามเช้าผลิบานงดงาม (จะสวยงาม) ความบอบช้ำในวันเมื่อวาน (จะหายไป)
เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เธอต้องเติบโตต่อไป
เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เธอต้องเติบโตต่อไป

เด็กน้อย แม่น้ำ ดอกไม้ (Page 3)

"ให้สิ่งที่เธอได้ทำสร้าง เติบโตจากอดีตจากบทเรียนที่ทำพลาด"

ช่วงเวลาม.6 ผมเริ่มตั้งคำถามกับสังคม เริ่มมองเห็นความไม่เป็นธรรมบางอย่างในสังคม ขณะเดียวกันผมก็เริ่มมีความคิดที่เติบโตขึ้น และเป็นช่วงที่ได้กลับไปเรียนที่โรงเรียนหลังจากการระบาดของ Covid-19 เริ่มเรียนเรื่อง Storytelling ผมจึงเขียนเพลงนี้โดยแบ่งเพลงเป็น 3 องก์ คือ เด็กน้อย แม่น้ำ ดอกไม้

เด็กน้อย คือผมเอง
แม่น้ำ คือครอบครัวและคนที่รักเรา
ดอกไม้ คือคนฟังและคนที่เรารักที่เราปรารถนาดีด้วย

18.06.2023
อู๋อายุ 19 ปี

เมื่อฝนซา (Page 4)

"แต่อนิจจังการจากลาต้องน้อมรับ
แล้วใด ๆ ในปีข้างหน้าการพบพานต้องกล่าวว่าพร้อมครับ"

เมื่อฝนซา เป็นช่วงเวลาหลังจากที่ผมจบม.6 และกำลังรอเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ช่วงนั้นเป็นเวลาหลังจากที่ผมได้ปล่อยเพลง แด่เธอที่แสนดี และเริ่มมาเรียนรู้อย่างจริงจังกับการทำเพลง ณ ตอนนั้นชีวิตจึงเป็นช่วงที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังผ่านเข้ามา ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่ตื่นเต้นเหมือนหนังสือจะมีบทใหม่เข้ามา ตื่นเต้นที่จะต้องเผชิญหน้ากับเรื่องราวใหม่ ๆ สังคมใหม่ ๆ ได้เริ่มลองทำอะไรด้วยตัวเอง และผมก็เริ่มกลับมาอยู่กับตัวเอง รักตัวเองมากขึ้น

เมื่อฝนซา หยาดน้ำค้างร่วงหล่นตามไม้ใบ

ถึงปี 19 ผู้คนแยกย้ายกันไปเติบโต
นัยน์ตาฉันเบิกโพลง เห็นหมู่แมกไม้กำลังเปิดโพรง
จนเกิดทางออก หลังเสียงออดจากโรงเรียนดังบอก
เรากำลังหมดเวลา ก้าวผ่านวัยเยาว์

จึงตระหนักถึงสิ่งที่พบพาน
เป็นปณิธานว่าจะไม่อวดเพราะหนวดหรือความขาวที่ข้างในเครา
เพราะสิ่งหนึ่งมันก่อเกิดข้างในใจเรา
ก็แค่ไม่อยากจะโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีใครเอา 

เสียงฝนกระทบดัง
ออกเดินย่ำสู่สังคมใหม่ทั้งลาและพบกัน
แต่ก่อนเผชิญโลกกว้างไปจนจะครบวัน
ฉันยังถวิลหาถึงสังคมที่คนเคารพกัน คนรักรายล้อมอยู่ครบครัน 

แต่อนิจจังการจากลาต้องน้อมรับ
แล้วใด ๆ ในปีข้างหน้าการพบพานต้องกล่าวว่าพร้อมครับ
มองนาฬิกาไม่มีเวลาวันนี้ให้ซ้อมซัก
ไอดินกรุ่นกลิ่นฝนของวันใหม่พลอยรายล้อมรัก 

*เมื่อฝนซา หยาดน้ำค้างร่วงหล่นตามไม้ใบ
กลิ่นดอกไม้อบอวลในหัวใจ อาจจืดจางล่องลอยเลือนหายไป
แต่จะสดใส สูดลมหายใจในเช้าวันใหม่

ที่ผ่านมาฉันเห็น เห็นคนต้อนรับเห็นคนร่ำลา
เห็นคนนอนบนก้อนทรัพย์ที่ได้รับมา
เห็นคนมอบรักแต่กำกระดาษจับไว้ซับตา
เห็นจันทร์ทอแสงเมื่อเห็นตะวันจวนจะลับลา 

เห็นรอยยิ้มปลิวไปกับสายลมที่พัดพา
ฉันจึงเห็นคนเป็นทุกข์ เห็นการกลับกลาย เห็นอนัตตา
จึงเห็นค่ากับชีวิตที่ได้รับมา
เห็นความสัมพันธ์มีค่ากว่าใบกระดาษที่ประทับตรา 

จึงมาโฟกัสที่ตัวเอง ให้เห็นแค่ตัวเรา
มามอบรักให้ตัวเอง ดูแลที่ตัวเรา
และแม้เศร้าใจก็จะไม่เอี่ยวในสิ่งที่มัวเมา
แต่จะเติมพลัง หยิบหมูมาวนเลี้ยวให้ทั่วเตา

เพื่อเอาตัวเองให้อิ่มท้อง ให้มีความสุขเสีย
แล้วกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ในวันที่ทุกข์เพียง
อยู่ล้อมวงกับเพื่อนพ้อง ร้องให้สุดเสียง
เวลาที่ฟ้าเปิด จะเห็นความรักความฝันอยู่คู่เคียง เพียงคุณเปิดตา

(*)

 (I woke up in the morning, to hear the birds singing)
 (I woke up in the morning)

18.06.2024
อู๋อายุ 20 ปี

บางครั้งก็รู้สึกเวลาแม่งผ่านไปไวว่ะ
แค่เสี้ยววินาทีต้องใช้ชีวิตผู้ใหญ่ละ
มุมมองการแต่งแรปก็เปลี่ยนแปลงไปไกล
เป้าหมายคือบ่นแบบจริงใจ คล้องจองก็คือกำไรละ

มาถึงวัย 20 เชื่อว่าทุกคนไม่ต่างกัน
โดนวัยผู้ใหญ่รับน้องซัดหมัดขวาเข้าอย่างจัง
และเหมือนบางครั้งบางเวลาก็ไม่อาจคว้าได้อย่างฝัน
แต่เหมือนคนทุกคนก็ต่างคาดและต่างหวัง

เราต่างพบเพื่อนใหม่ที่ต่างคนก็ต่างกัน
ต่างก็ต้องการ ต่างความคิด ต่างความฝัน
ต่างพ่อต่างแม่ ต่างคนต่างร้อยพัน
เพราะงั้นขอโทษที่ไม่สามารถเป็นอู๋ได้อย่างทุกคนหวัง 

แต่อู๋ก็ยังคงเป็นอู๋ บางครั้งอู๋รู้ดี
แต่มีบางทีที่งั่งบ้างก็ช่วยตักช่วยเตือนที
แด่เพื่อนพ้องรอบข้าง ยินดีรักษาไว้
หากมีวันใดอยากจากไป จะยอมปล่อยอย่างเต็มใจ 

*บางครั้ง การพบพานพลันเข้ามา บางครา จำต้องผ่านคำร่ำลา
อีกครั้ง ที่ผิดหวังทั้งน้ำตา แต่อีกครา ที่ผ่านมาอย่างเข้าใจ
เรียนรู้ ว่ามีสุขทุกข์ปนกันไป เข้าใจ ตั้งแต่หน้าแรกยันฝนซา
เพื่อกลับมา บันทึกลงที่หน้าห้า เผื่อหากวันใดใจอ่อนล้าจะเปิดอ่านอีกครา (ในบางครั้ง)

บางครั้งอู๋ไม่ได้เก่ง บางครั้งก็กลัวเกรง
บางครั้งความคาดหวังก็มาในรูปแบบของตัวเอง
บางครั้งหันมองคนรอบข้างจนลืมภูมิใจในตัวเอง
บางครั้งอยากจับความเก่งกาจ ยัดใส่ในตัวเพลง

บางครั้งยึดมั่นในทิฐิ มากกว่าที่คิดอีก
จึงเขียนเพลงบอกตัวเอง อย่าลืมเป้าหมายชีวิตดิ
และจากนี้จะยึดมั่น จะทำเพลงต่อไป
ให้เพลงตัวเองได้ทำหน้าที่ ได้ส่งต่อลมหายใจ

หากแต่ก็มีอยู่หนึ่งครั้ง ที่มองแต่ปลายทาง
หนึ่งครั้งเคยหลงลืมหันมองเพื่อนร่วมทาง
และหลายครั้งไม่มีเวลาได้บอกกล่าวอย่างจริงใจ
จึงอยากขอโทษทุกคนจากใจหากเกิดพลาดพลั้งประการใด 

เพราะอู๋ก็คือมนุษย์คนหนึ่งไม่ได้ประเสริฐเลิศเลอ
ยังพยายามเข้าใจโลก อภัยให้เถิดเพื่อนเกลอ
สิ่งใดเป็นสิ่งดีจะพยายามรักษาไว้
เมื่อถึงคราจะเอ่ยคำขอบคุณอย่างจริงใจ 

(*)

และมีบางครั้งที่ความรักไม่เป็นใจ
บางครั้งที่ทนทุกข์ยอมเจ็บอย่างเต็มใจ
บางครั้งที่ยอมรับซับน้ำตาที่เป็นไป
และครั้งนั้นที่กลับมารัก รักตัวเองอย่างเต็มใจ 

จะเอาตัวเองไปยืนอยู่ในที่ที่ถูกที่ควร
เติบโตหยั่งรากในดินที่ปลูกที่พรวน
ที่ที่คนเห็นคุณค่า ที่ที่ตัวเองสบายใจ
ที่ที่สามารถพูดได้ว่า ได้รักตัวเองอย่างเต็มใจ 

ใครไม่รักก็ช่างมันดิ ใครไม่ขอก็ไม่ทำ
ใครอวดเบ่งก็ทิ้งไป ช่างเหอะแม่มัน
สุดท้ายใครเก่งใครดีไม่ดีไม่ตัดสิน ก็แค่ฟัง
ไปสนทำไมไอ่ลมปาก สุดท้ายใจรักก็แค่ทำ 

จบละ เข้าใจป่ะ หวังว่าจะเก็ทนะ
 ก็คือปีนี้เรื่องเยอะว่ะ จับประเด็นยากชะมัด
แต่ก็รู้สึกจริงใจสุดละ ตั้งแต่เขียนมาครบห้าหน้า
ถึงบาร์สัมผัสไม่ค่อยจะเยอะ แต่ว่าปีนี้ของ่าย ๆ ปีหน้าค่อยกลับไปเก๊กนะ

บางครั้ง (Page 5)

"บางครั้งความคาดหวังก็มาในรูปแบบของตัวเอง
บางครั้งหันมองคนรอบข้างจนลืมภูมิใจในตัวเอง"

ช่วงจบปี 1 เป็นช่วงที่ผมพึ่งผ่านเรื่องราวมาเยอะมาก ๆ ผมพยายามทำอะไรหลายอย่างเพื่อให้ตัวเองเติบโต ทั้งกดดันตัวเอง แคร์ภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตาของคนอื่น มีท้อ มีเหนื่อย มีเสียใจ มีผิดหวัง จนสุดท้าย ผมคลายความกดดันนั้นลง ยอมรับตัวเองและกลับมารักตัวเองมากขึ้น มากขึ้นกว่าเดิม ผมจึงเขียนเพลงนี้เพื่อเตือนสติตัวเองจริง ๆ ถึงเป้าหมายชีวิตและการใช้ชีวิตต่อจากนี้ไป

ทุกครั้งที่กลับมาฟังเพลงนี้ ผมจะรู้สึกปล่อยวาง ได้ทบทวนตัวเอง และกลับมารักตัวเองยิ่งกว่าเดิม

18.06.2025
อู๋อายุ 21 ปี

แสงตะวัน (Page 6)

"แม้บางคราไม่เป็นดั่งใจ โลกกว้างใหญ่สำคัญไฉน
หากข้างกายเรายังมีใคร"

ในปีนี้เป็น ปีแห่งการเริ่มต้น ได้เริ่มทำอะไรหลายอย่างเพิ่มขึ้นมาก ๆ อะไรที่ลงแรงไปก่อนหน้านี้ก็เริ่มเกิดผลสำเร็จ ตัวผมเองที่กลับมารักตัวเองก็มีสภาพจิตใจที่ดีและ Healthy มาก ผมได้เจอกับคนที่ผมรัก และรู้สึกมีไฟมาก ๆ ที่จะก้าวต่อไป มีความมั่นคงในชีวิตเพิ่มมากขึ้น สิ่งสำคัญที่ผมได้เรียนรู้จากปีนี้คือ การให้อภัยตัวเอง

ในปีนี้ผมอัปสกิลการทำเพลงอย่างก้าวกระโดดมาก ๆ ดนตรีเพลงนี้จึงเต็มขึ้นมาก และผมมีการนำเอาเสียงจากงานก่อน ๆ ที่ผ่านมามาใส่ด้วย เพลงนี้จึงเป็นหมุดหมายหนึ่งในชีวิตผมที่ได้เติบโตขึ้นมาถึงปัจจุบัน

 

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

A post shared by seewhyend (@cyn.akk)

ผมว่าปีนี้มันก็สนุกนะ
แต่เหนื่อยชิบหายทำงานทุกวันไม่ค่อยได้หยุดนัก
ยังดีที่มีแรงใจที่ดีเป็นตักให้หยุดพัก
ผ่านไปอีกปีวัย 21 ไปกันให้สุดนะ 

ก็เพราะว่าอาจมีท้อบ้าง บางครั้งที่เหนื่อยยาก
มีไหลลื่น มีสมหวัง มีทางตัน มีเปื่อยบ้าง
หลาย ๆ อย่างเพิ่งเริ่มต้น อาจใช้เวลานำพา
แค่ตรากตรำทำไป จนแสงตะวันจะมา

*แสงตะวันจะส่องมา อาจมีความหมายทุกการเดินทาง
ว่าแม้บางคราไม่เป็นดั่งใจ โลกกว้างใหญ่ยังคงหมุนไป
ตราบเรายังรอมองฟ้าวันใหม่ 

จะเฝ้ารออย่างตั้งใจ ก็เพราะไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะพานพบกับสิ่งใด
อาจสุขสมหรือขื่นขมต่างมีผลต่อจิตใจ
และตัวผมจะเติบโตด้วยค่าสัมประสิทธิ์ใด
ไม่อาจรู้เลยช่างแม่ง จะเจออะไรไม่ติดใจ 

ทุก ๆ อย่างต่างผันไป สรรพสิ่งไม่จีรัง
จะร้องเพลงจับไมค์ไปได้อีกกี่ปีกัน
กี่ 10 ปี 50 ปี ไม่รู้ พรุ่งนี้ยังมีหวัง
เพราะหันไปในปัจจุบันขณะ ตัวผมยังมีฝัน

เพราะงั้นจะใช้ชีวิตให้ดี สุดแรงเท่าที่มี
ความภูมิใจในตัวเองจะรักษามันไว้ให้ดี
ตราบเท่าที่ใจผมยังฝัน ตราบเท่าที่แรงผมยังมี
เพื่อรอวันที่ผลงานผมโจษจันเป็นพันปี 

จะกินและหลับให้เต็มอิ่ม ทำทุกอย่างให้เต็มที่
จะเติมปีติให้เต็มปริ่ม เก็บอดีตไว้เป็นพี่
ยังคงยึดมั่นว่าทางที่ดีหากวันพรุ่งนี้ไม่อาจชี้
ตัวเราเอ๋ย ให้เชื่อมั่นในวันนี้

*จะรอแสงตะวันส่องมา อาจมีความหมายทุกการเดินทาง
ว่าแม้บางคราไม่เป็นดั่งใจ โลกกว้างใหญ่ยังคงหมุนไป
แต่ไม่เป็นไร เราจะให้อภัย

ปล่อยดอกไม้ให้บานได้อีกครา ฉีกยิ้มรับท้องฟ้ากว้าง
ที่ผ่านมาให้มันผ่านไป สุขสมหรือทุกข์ตรมเท่าไร
ไม่เป็นไร เราจะให้อภัยตัวเอง

เริ่มรู้ชีวิตนี้ไม่ง่าย ไม่เหลือเวลาให้พ่าย ต้องทำให้ได้
แต่มีบางครั้งที่ฝืนทำหักโหมมากเกินไป
ซื่อบื้อ ซุ่มซ่าม ทำใครเสียใจ

จึงตระหนักว่าชีวิตนี้เราไม่ได้อยู่คนเดียว
เรายังมีบ้านให้กลับไป เราไม่ใช่ตัวคนเดียว
จะผลักตัวเองหวังอนาคตว่าอย่าให้ยากอย่าจนเชียว
เพื่อกลับไปกอดคนรักได้อย่างสมัครสมานกลมเกลียว

อนาคตจึงชัดขึ้น มีภาพฝันเป็นหลักแหล่ง
ภาพคาเฟ่ตึกสามชั้น มีความฝันประดับแต่ง
ภาพตัวเราจับไมค์เพื่อใครสักคนบนเวที
ภาพ ‘ผมจะดูคอนเสิร์ต’ ที่ปีที่แล้วไม่อาจมี

อาจเพราะเราที่โตขึ้น และเพราะรักที่มั่นคง
เพราะดอกโบตั๋นที่เบ่งบานและทานตะวันผู้ซื่อตรง
จะรักษาไว้อย่างดี ทุกปีชีวิตที่สั้นลง
ดั่งแสงตะวันสาดส่องมา โอบกอดรักอย่างมั่นคง

*แสงตะวันที่ส่องมา คงมีความหมายทุกการเดินทาง
ว่าแม้บางคราไม่เป็นดั่งใจ โลกกว้างใหญ่สำคัญไฉน
หากข้างกายเรายังมีใคร 

เฝ้ารอดอกไม้ให้บานได้อีกครา ฉีกยิ้มดั่งท้องฟ้ากว้าง
แม้ชีวิตแสนสั้นเพียงใด สุขสมหรือทุกข์ตรมเท่าไร
จะกอดกันไว้ เราจะให้อภัย…

18.06.2026
อู๋อายุ 22 ปี

เข้าสู่หน้าที่เจ็ด อาจเป็นหน้าที่เจ็บ
ทุกวันยังคงต้องตั้งใจทำงานสั่งสมเงินที่เก็บ
จนลืมยินดีกับเราในเมื่อวาน ลืมผลงานที่เสร็จ
คุณค่าอันใดหล่นหายอันตรธาน ไม้ใบใดที่เด็ด

จนได้นั่งทบทวนทั้งหมดนั้น นอนคิดไปหลายตลบว่า
ทุกตัวโน้ตทุกเขบ็ดที่เราทำมันจนเสร็จไม่เคยจะหมดค่า
จากนี้ให้กลับมาฟังบ้าง หากลืมขณะที่ทำสร้าง
ยิ้มได้ก็คือรางวัล ผ่านมาภูมิใจกับมันบ้าง

*ความฝันฉันยังคงอยู่ อย่างน้อยก็ยังมี
แค่รู้ฉันยังหายใจ จะยิ้มและยินดี
จะขอเก็บความรักไป ฝากไว้กับเพลงนี้
ผ่านมาแสนไกล หัวใจ เราเติบโตได้อย่างดี

เรียนรู้ว่าต้องดูแลชีวิตให้ดี
ทั้งปัจจุบันและอนาคตกับคู่ชีวิตที่มี
แสงตะวันจะส่องมา เราเชื่อเช่นนั้นทุกนาที
ก็แค่มั่นใจและทำมัน สิ่งที่เราฝันที่ว่าดี

รู้ว่าบางอย่างบางทีต้องสู้กลับ บางทีต้องปล่อยไป
น็อก จนคู่ต่อสู้หลับ หรือสดับและปล่อยใจ
เราเรียนรู้ว่า สิ่งสำคัญคือถามตัวเองอย่างจริงใจ
ผ่านมา 8,035 วัน เราคงอยู่เพื่อสิ่งใด

เราจึงรู้สึกสงบขึ้น อาจปล่อยวางอาจปลดปลง
ใช้ชีวิตโดยยินดี เมื่อแต่ละวันจะจบลง
ด้วยฝันที่เรียบง่าย และด้วยใจที่มั่นคง
ว่าสักวันบทเพลงของเราจะช่วยต่อชีวิตคน

ยังคงให้ค่ากับเพลงทุกบท ทุกคำร้อง ทุกขนบ
ตราบที่คนยังสรรสร้าง เรายังฟัง มือยังปรบ
และยินดีกับทุกอย่างที่พบพาน ทุก ๆ เส้นทางที่ประสบ
หวังว่าวันหนึ่งสักวัน บทเพลงจะพาหวนกลับมาบรรจบ

(*)

8035 (Page 7)

"ทุกตัวโน้ตทุกเขบ็ดที่เราทำมันจนเสร็จไม่เคยจะหมดค่า"

ผมใช้ชีวิตมา 8,035 วันแล้ว พอกลับมานั่งคิดกับตัวเองก็รู้สึกว่าเราเก่งขึ้นเรื่อย ๆ นะ สกิลทำเพลงก็คงดีขึ้น ผลงานก็เยอะขึ้น ถึงขั้นมีเว็บของตัวเองด้วยแล้ว เราทำทุกอย่าง Perfect ขึ้น

แต่บางที ความดิบ ความรู้สึกแท้จริงที่ได้จากความไม่สมบูรณ์นั้น มันหายไปหรือเปล่า

เพราะงั้นเพลงนี้เลยเลือกที่จะเป็นตัวเองมากที่สุด ไม่มีอะไรจำเป็นต้องสมบูรณ์ในเพลงนี้ ขอจริงใจด้วยความเป็นมนุษย์ที่ชื่อ อู๋ ให้มากที่สุดในเพลงนี้

 

seewhyend ทำเพลง Indie Pop เป็นของตัวเอง
ปัจจุบันมีทั้งหมด 11 Singles

 

และ seewhyend ยังรับทำ
เพลง Commercial, Film Scoring, Sound Design, Sound Mixing & Editing