โปรดเปิดเสียงอุปกรณ์ของคุณ
แล้วเข้ามาสู่โลกใบเล็กของผมกัน!!
เรา seewhyend ขอบคุณที่เข้ามารับชม Portfolio ของเรานะ!
ยินดีที่ได้ร่ำลา แต่งขึ้นด้วยความรู้สึกที่ว่า ถึงแม้จะเสียใจแค่ไหนเมื่อต้องจากลากับใครสักคน เขาคนนั้นคงไม่อยากเห็นเราเสียในตลอดไป เพราะฉะนั้นเราจะรักตัวเองมากขึ้น และจะมองกลับมาอีกครั้งด้วยความยินดี
เราสองเอ่ยร่ำลา เร็วเหลือเกิน เร็วเหลือเกิน
เธอรู้ไหมที่ฉันตระเตรียมไว้มากมาย ฉันเสียดาย โคตรเสียดาย
วันนี้ฟ้าครามไร้น้ำตา ดั่งเรายินดีที่ได้ร่ำลา
แต่เธอรู้ไหมที่ฉันไม่ทันบอกรักไป ฉันเสียใจ โคตรเสียใจ
*แต่จะคิดถึงด้วยใจยินดี จะขอบคุณที่เคยมีกัน
จะไม่ร้องไห้เพราะฉันเจอความหมาย
จะรักตัวเอง เพื่อเธอ
หากเพียงแม้สักวันเวลาจะพา เธอเลือนหายไป จากใจของฉัน
แต่คำว่า รัก ฝันที่เคยร่วมกัน จะยังบรรเลง ในเพลงของเรา
*จะคิดถึงด้วยใจยินดี จะขอบคุณที่เคยมีกัน
จะไม่ร้องไห้เพราะฉันเจอความหมาย จะรักตัวเอง
เพื่อคิดถึงด้วยใจยินดี ขอบคุณนะที่เคยมีกัน
วันนี้ฉันจะร้องไห้เป็นวันสุดท้าย จะรักตัวเอง
กลับมารักตัวเอง รักตัวเองเพื่อเธอ
หากเป็นฉัน ฝันคงไม่ใกล้เท่าไหร่
เมื่อเทียบกับเธอ โลกของฉันก็คงไม่กว้างเท่าไหร่
แต่อยากขอเธอโปรดยอมรับ ไม่ว่าฉันจะเป็นเช่นไร
*เพียงรับฟัง พาฝันฉันเป็นไป
โอบกอดฉันไว้ เท่านี้ก็สุขใจ
เพียงรู้ว่ามีเธอร่วมเดิน ฉันสบายใจ
โปรดอยู่กับฉันได้ไหม ในโลกเล็ก ๆ หนึ่งใบ
ขอมีขนมอร่อย พาฉันไปแข่งร้องเพลงบ่อย ๆ
ทำตุ๊กตา และเป็นผู้นำ พาคนเต้นรำ
อยากเล่นกีฬาก็ได้ทำ สนับสนุนกัน
อยากเก่งยิ่งขึ้นไปอีก
เรียนแบบสนุก เข้าใจไม่เบื่อ
และฉันก็ไม่อยากยืนตรงหน้าเสาธง ทุกคนก็เช่นกัน
อยากให้ครูเป็นที่พักพิง ยิ้มและรับฟัง
ใส่ใจรับรู้ทุกอย่าง ว่าเรามีเก่งมีด้อยมีต่าง
อยากขอโอกาสได้เล่นดนตรี ขึ้นเวที ประกวดวาดการ์ตูน
เป็นนักแสดง ขึ้นทีวี
ได้เขียนนิยาย ได้คำชม
เธอเก่งมากรู้ไหม ครูภูมิใจ
วันใดเกิดอ่อนไหว ไม่เป็นไร
เหล่ามวลหมู่ดอกไม้ ครูพร้อมจะยิ้มให้
อ้อมกอดนี้จะอยู่เสมอไป
เพียงรับฟัง ฝันคงไม่ไกล
จะบอกเธอเอาไว้ให้ก้าวไปอย่างมั่นใจ
ในวันที่โหดร้าย หันมาจะมีใคร
อ้อมกอดนี้จะอยู่เสมอไป
*เพียงรับฟัง พาฝันฉันเป็นไป (เพียงรับฟัง ฝันคงไม่ไกล)
โอบกอดฉันไว้ เท่านี้ก็สุขใจ (จะบอกเธอเอาไว้ให้ก้าวไปอย่างมั่นใจ)
เพียงรู้ว่ามีเธอร่วมเดิน ฉันสบายใจ (ในวันที่โหดร้าย หันมาจะมีใคร)
โปรดอยู่กับฉันได้ไหม (อ้อมกอดนี้จะอยู่เสมอไป) ในโลกเล็ก ๆ หนึ่งใบ
ผลงานในรายวิชา 2802343 Transmedia and Digital Activism
เพลง โลกใบเล็ก แต่งขึ้นจากการรวบรวมความคิดเห็นของเด็กจริง ๆ มีการลงพื้นที่เพื่อไปพูดคุยกับเด็กนักเรียน โรงเรียนมักกะสันพิทยา และเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามเพื่อให้ได้เพลงที่มีความจริงแท้ที่สุด
มีการทำ Sound Design ใส่รายละเอียด Ambience SFX และ Foley เพื่อสร้างบรรยากาศของเพลง และทำให้เพลงมี Storytelling
มีการอัดเสียงเด็กอายุ 5-10 ขวบ และอัดเสียงคุณพ่อของตัวเองในบทบาทครู
เพลงที่ผมอยากให้ทุกคนได้ฟัง แต่งขึ้นจากผู้คนและเรื่องราวที่ผมพบเจอ ด้วยใจที่อยากจะสื่อสารจริง ๆ ไม่มีอะไรมากไปกว่าความอยากให้ทุกคนได้ฟัง อยากให้ทุกคนได้ลองตีความในแบบของตัวเอง และเชื่อมโยงด้วยเรื่องราวของตัวเอง ตลอดจนตั้งชื่อเพลงนี้ด้วยตัวเอง เพลงนี้จึงไม่มีชื่อที่แท้จริง ชื่อเป็นเพียงการบอกความต้องการที่ตรงไปตรงมาของผู้แต่ง
ผลงานในรายวิชา 2802205 Media Arts for Social Change
18 ก.พ. 2025 คืนหลังจากผ่านการลงพื้นที่ชุมชนคนไร้บ้าน คลองหลอด ถ้ามองกลับไปผมว่าผมได้เจอกับเรื่องราวที่หนักอึ้งมากในตอนนั้น หนักที่สุดในสามครั้งที่ลงพื้นที่มาเลย ผมใช้เวลาตกตะกอนตั้งแต่นั่งเดินทางบนรถตู้กลับสามย่าน จนเดินทางมาถึงบ้าน จนอาบน้ำเสร็จ ผมรู้สึกจุกกับความไม่เท่าเทียมทางสังคม การถูกตัดสินและปฏิบัติกับเขาไม่เท่ากับคนอื่น ๆ ในสังคม ผมได้เห็นคนที่ยากลำบากต้องดิ้นรนกับชีวิตมากมาย คนที่เขาขอให้ได้หายใจในวันต่อวันยังยากลำบาก แต่ในขณะเดียวกันก็ยังเห็นความรักที่สวยงามเกิดขึ้นในชุมชน คุณลุงที่คอยดูแลผู้พิการมาอย่างยาวนาน ในคืนวันนั้นผมจึงกลับมานั่งปล่อยใจแล้วฮัมทำนองออกมาพร้อมกับเล่นกีตาร์ ทำให้ได้ท่อนเหล่านี้ออกมาเป็นจุดเริ่มต้นของเพลงนี้
“เพียงเธอรับฟัง ฉันไม่ต้องการสิ่งใด
บนโลกเดียวกัน ฉันไม่ได้เป็นอื่นใด”
“ผู้คนมากมาย ไขว่คว้าต้องการสิ่งใด
ฉันเพียงแค่พอ วันนี้ขอได้หายใจ
เธอจะตัดสินฉันเป็นอย่างไร จะยังมองเราเท่ากันอยู่ไหม”
25 ก.พ. 2025 หลังจากการเยี่ยมชมบ้านกาญจนาภิเษก สิ่งที่มันส่งถึงใจผมมาก ๆ คือเพลงที่ป้ามลได้เปิดให้ฟังก่อนร่ำลากัน มันยิ่งย้ำเตือนผมเข้าไปอีกว่าเพลงที่ผมจะทำขึ้นมานี้ ผมจะใช้ใจล้วน ๆ ประเด็นในวันนั้นที่ผมได้รับและอินมาก ๆ คือ การให้อภัย ความเข้าใจกัน ผมชอบวิธีคิดของป้ามลมาก ๆ และอีกหนึ่งอย่างคือ การกอดของป้ามล ผมรู้สึกว่า การกอดคือสิ่งพิเศษที่ทำให้ใจส่งถึงกันได้ ในวันนั้นผมมีความอิ่มเอมทางจิตใจเป็นอย่างมาก รู้สึกว่า ณ ที่แห่งนี้ก็มีความรักอยู่ เมื่อกลับมาในคืนนั้นผมจึงเริ่มเปิดโน้ตและแต่งเพลงนี้ต่ออีกครั้ง ทำให้ได้ท่อนเหล่านี้มา
“กอดฉันไว้ทีได้ไหม”
“โปรดเถิดรับฟัง เกลียดชังไปเพื่อสิ่งใด
เราเข้าใจกัน แค่นั้นก็เป็นสุขใจ อภัยให้กันได้ไหม”
2 มี.ค. 2025 หลังจากการลงพื้นที่ชุมชนเมียนมาร์ ในวันนั้นผมรู้สึกจุกมาก ผมแทบไม่เคยมองปัญหานี้ให้ชัดเจนขนาดนี้มาก่อนเลย การแบ่งแยก การถูกทำให้เป็นอื่น การดูถูกเหยียดหยาม และ stereotype ชัดเจนมากเพียงเพราะเชื้อชาติที่แตกต่างและเขาเป็นแรงงานข้ามชาติ แต่พอได้ไปเห็นจริง ๆ ทุกคนต่างมีความฝัน มีความรัก มีงานอดิเรก ที่แตกต่างกันไป และ เราก็ต่างเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน ทำให้ผมนึกถึงคาบที่สอนเรื่องอัตลักษณ์ทับซ้อนของคนชายขอบเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผมประทับใจมาก ๆ คือน้ำใจของผู้คนที่นั่น ความรัก และการช่วยเหลือกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังคงมีอยู่เสมอในการลงพื้นที่ทั้ง 3 ครั้ง แล้วก็เช่นเดิมครับ เมื่อผมกลับมาในคืนนั้นก็ได้เริ่มแต่งต่อทำให้ได้ท่อนเหล่านี้มา
“มองฉันด้วยใจ ด้วยรักแท้จริงข้างใน
ดั่งฉันเป็นใคร ที่เธอรักยิ่งสุดดวงใจ
โยนทิ้งความเป็นอื่นใด
เราแตกต่าง แต่ก็เหมือนกัน ใช่ไหม”
11 มี.ค. 2025 สุดท้ายในสัปดาห์นี้ธรรมชาติให้ท่อนฮุคกับผม ผมไปนั่งอยู่ใต้ต้นไม้หนึ่ง จู่ ๆ ก็มีใบไม้สีเหลืองร่วงลงมาใส่ผม มันเป็นใบไม้สีเหลืองที่หลงเหลือความเขียวอยู่ตรงกลางเพียงเล็กน้อย เยื้องไปที่ปลายใบไม้ฝั่งขวามือมีรอยถูกกัดกินอยู่ ในตอนแรกผมสะบัดตัวอย่างแรงมากเพราะนึกว่าเป็นแมลงหรืออะไรก็ตามที่จะทำอันตรายต่อตัวเรา แต่เมื่อรีบหันไปมอง มันก็คือใบไม้สีเหลืองที่ร่วงโรยตามธรรมชาติของมัน ผมรู้สึกเชื่อมโยงกับการลงพื้นที่ทั้ง 3 ครั้งอย่างประหลาดใจ เหมือนกับคำพูดที่ครูแอนเคยบอกว่า เราเกิดการตัดสินอยู่ตลอดเวลา ตัดสินก่อนที่เราจะไปพบเจอกันจริง ๆ เสียอีก ผมจึงมานั่งใช้ใจมองใบไม้นั้น จนเกิดคำถามขึ้นในใจว่า ก่อนที่ใบไม้นี้จะร่วงโรย มันจะได้รับความรักบ้างหรือเปล่านะ แม้ว่าใบไม้นี้จะดูมีรอยแผลเต็มไปหมด ภาระงานในวันนี้คือการวาดรูปธรรมชาติ แต่ผมกลับเลือกที่จะไม่วาดอะไรเลย ผมมีความคิดว่า ขอให้ใบไม้ใบนี้เป็นตัวตนในงานศิลปะของผมเลย ผมจะไม่แต่งเติมหรือวาดมันขึ้นมาแล้วก็จะยอมรับความสวยงามเพียงช่วงเวลาหนึ่งนั้น ผมร้องเพลงนี้ที่แต่งไว้ให้กับใบไม้ฟัง พลางคิดถึงความรู้สึกและเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้พบ แล้วก็ลองฮัมไปเรื่อย ๆ ทำให้ผมได้ท่อนฮุคมาอย่างง่ายดายในเวลานั้น
“หากเธอมองเข้าไป ในส่วนลึกของใจ
เราต่างมีรักซ่อนอยู่เสมอ
เพียงเธอถามหัวใจ ในอุ่นไอของเธอ
รักเอย เจ้าอยู่แห่งหนใด”
“จะอยู่ที่ใด อ่อนไหวเท่าไหร่
ขอให้มีรักซ่อนอยู่เสมอ
และหากใครผู้ใด ยังหาไม่เจอ
รักเอย ฉันจะเป็นให้เธอ”
เพียงเธอรับฟัง ฉันไม่ต้องการสิ่งใด
บนโลกเดียวกัน ฉันไม่ได้เป็นอื่นใด
กอดฉันไว้ทีได้ไหม
ผู้คนมากมาย ไขว่คว้าต้องการสิ่งใด
ฉันเพียงแค่พอ วันนี้ขอได้หายใจ
เธอจะตัดสินฉันเป็นอย่างไร
จะยังมองเราเท่ากันอยู่ไหม
*หากเธอมองเข้าไปในส่วนลึกของใจ เราต่างมีรักซ่อนอยู่เสมอ
เพียงเธอถามหัวใจ ในอุ่นไอของเธอ
รักเอยเจ้าอยู่แห่งหนใด
โปรดเถิดรับฟัง เกลียดชังไปเพื่อสิ่งใด
เราเข้าใจกัน แค่นั้นก็เป็นสุขใจ
อภัยให้กันได้ไหม
มองฉันด้วยใจ ด้วยรักแท้จริงข้างใน
ดั่งฉันเป็นใครที่เธอรักยิ่งสุดดวงใจ
โยนทิ้งความเป็นอื่นใด
เราแตกต่าง แต่ก็เหมือนกัน ใช่ไหม
จะอยู่ที่ใด อ่อนไหวเท่าไหร่ ขอให้มีรักซ่อนอยู่เสมอ
และหากใครผู้ใดยังหาไม่เจอ
รักเอย ฉันจะเป็นให้เธอ
(*)
เธอจะอยู่ที่ใด อ่อนไหวเท่าไหร่ ขอให้มีรักซ่อนอยู่เสมอ
และก็ไม่เป็นไร หากเธอหาไม่เจอ
รักเอย ฉันจะเป็นให้เธอ
รักเอย เราจะเป็นให้กัน
เพียงเธอรับฟัง ฉันไม่ต้องการสิ่งใด
บนโลกเดียวกัน ฉันไม่ได้เป็นอื่นใด
*(จะ)เก็บดวงใจเธอไว้ เก็บวันวานของกัน
เผื่อพานพบสักวัน เก็บไว้จนนิรันดร์
หากแสงดาวส่องประกายพร่างพราว คำสัญญาไม่เปลี่ยนแปลง
จะมีเราสองใต้เงาแสงจันทร์ นั่งมองท้องฟ้าไปด้วยกัน
แต่ในคืนผืนฟ้าพลันมืดดำ เราจำต้องลาจากกันไป
จะเก็บเธอและฉัน เก็บคืนและวัน ก่อนเอ่ยคำว่า “พบกันใหม่”
และหากหมู่ดาวไม่พราวแสงให้กัน เธอยังมีฉันอยู่ตรงนี้
ฉันจะเข้มแข็ง ผ่านให้พ้นคืนนี้ แม้อาจมีเหงาบ้างบางที
จะรอ รอวันได้พบกัน ฝากจันทร์ทอแสงให้เธอผู้แสนดี
จนกว่าดวงดาวจะรับฟังใจดวงนี้ จนกว่าเราจะพบกันใหม่
(*)
จะเอ่ยคำหนึ่งสักวัน “ยินดีที่เราพบกัน”
ยินดีที่ได้พบกัน เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง 23.98 FAME RATE ภาพยนตร์ปริญญานิพนธ์ของนิสิตชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ โดยแต่งขึ้นจากการอ่านบทภาพยนตร์และประสบการณ์ร่วมส่วนตัว นำเสนอโดยตั้งใจให้เข้าถึงทุกความสัมพันธ์ที่จำต้องจากลากัน ผ่านความรู้สึกของผู้ที่จากลากับคนที่รักยิ่ง และเฝ้ารอวันที่ได้พบเพื่อเอ่ยคำว่า “ยินดีที่ได้พบกัน” อีกครั้งหนึ่ง
ยินดีที่ได้ร่วมทาง แต่งขึ้นมาจากความรู้สึกที่ต้องเลือกระหว่างความฝันกับความรัก การจากลาอย่างเข้าใจ เต็มใจ และหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงแรกและเพลงเดียวจากทั้งหมดที่ไม่ได้เป็นการ produce เอง แต่จะเป็นการ collab กับ producer ชื่อ Clyde มาร่วมทำดนตรีของเพลงนี้ขึ้นมา
เรายังต้องไปต่อ เราต่างฝัน ฝันสองเราต่างไป
ไม่เป็นไร หากเรื่องเราจะจบลง
*จะยิ้มให้ฟ้า วันที่ต้องจากกัน
ความฝันบอกฉัน เราต่างต้องเดินต่อไป
โอบกอดกระซิบบอกลา อวยพรขอให้ปลอดภัย
กุมมือกันครั้งสุดท้าย เส้นทางเรานั้นอีกไกล
เสียงประกาศกล่าวดัง อีกแค่ไม่นานต้องจากกัน
ก็ขอให้เธอได้เจอสิ่งที่ฝัน ไม่ต้องห่วงฉัน ตราบแสงดาวไสว
บนฟ้ามืดดำจันทร์เจ้าโอบดวงใจ คิดถึงเพียงใดให้มองไปบนนั้น
ส่วนทุกเรื่องราวร่วมทางระหว่างกัน จะยินดีจดจำไว้ตลอดไป
จะยิ้มให้ฟ้า วันที่ต้องจากกัน ความฝันบอกฉัน
ฉีกยิ้มให้ฟ้า วันที่ต้องลากันไป
เพื่อเราจะเติบโตดั่งฝัน จากนี้ต้องเดินต่อให้ไหว
โอบกอดกระซิบบอกลา อวยพรขอให้ปลอดภัย
มาส่งเธอถึงจุดหมาย และจะไม่เสียดายใด ๆ
บนฟ้ามืดดำจันทร์เจ้าโอบดวงใจ คิดถึงเพียงใดให้มองไปบนนั้น
ก็ขอให้เธอได้เจอสิ่งที่ฝัน ไม่ต้องห่วงฉัน ตราบแสงดาวไสว
บนฟ้ามืดดำจันทร์เจ้าโอบดวงใจ คิดถึงเพียงใดให้มองไปบนนั้น
ฉันขอให้เธอเดินทางอย่างปลอดภัย
มาส่งเธอถึงจุดหมาย และจะไม่เสียดายใด ๆ
*เก็บจันทร์ไว้ในจิตใจ เผื่อวันใดร่ำลาพรากกัน
อีกนานแสนนานจะเป็นเช่นไร แต่วันนี้ไม่ไกลห่างกัน
รอยยิ้ม สายตา จะขอ มาถักทอร้อยเรียงวาดฝัน
ภาพเธอเต้นรำบนหาดทรายแสงจันทร์ พลันเอนกายซบลงที่ฉัน
แต่คืนวันผันแปรเปลี่ยนไป เจ้าดวงใจของกันและกัน
จะยังคงสวยงามดั่งเดิมทุกวัน หรือขาดแสงมืดดำจากจันทร์
(*)
จุดเริ่มต้นของเพลงนี้มาจากความรู้สึกกังวลของเราเอง ความกังวลและกลัวการจากลา จนตั้งคำถามขึ้นมาว่าวันพรุ่งนี้เราจะยังเป็นเหมือนเดิมไหม เพลงนี้จึงเป็นเพลงที่บอกเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์ เพราะช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะลดน้อยลงไปในทุก ๆ วันเมื่อเรามีความรัก ฉะนั้นไม่ว่าวันข้างหน้าจะต้องจากกันหรือไม่ จะขอบคุณเสมอที่ยังมีกันในปัจจุบัน
ทุกความฝันและความสำเร็จของเธอจะมีฉันคอยมองอยู่ แต่งขึ้นจากความภาคภูมิใจที่ได้เห็นคนที่เรารักประสบความสำเร็จ โดยเนื้อเพลงจะกล่าวถึงความรักและความจริงใจในความสัมพันธ์ ด้วยความคิดที่ว่าขอเพียงเฝ้ามองผู้เป็นที่รักได้ทำตามความฝันและประสบความสำเร็จดังที่หวังไว้ก็เพียงพอแล้ว
ทุกสิ่งที่เธอฝัน ความสำเร็จของเธอนั้น จะมีฉันคอยมองอยู่
เดินฉันเดิน เก็บเกี่ยวเรื่องราวมากมาย
ท่ามกลางความวุ่นวาย ใต้แสงจันทร์
จนพบเธอผูกโบว์สีขาวชุดดำ
เข้ามาเติมความฝัน พาฉันออกเดินทาง
*สู่ดินแดนแสนไกล มีเธอกับฉันก้าวไป
อยากให้รู้ไว้ เธอจะไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป
**ทุกความฝัน รอยยิ้มของเธอ ให้ฉันเฝ้ามองต่อไป
แม้ช่วงเวลาอ่อนไหว จะโอบกอดเธอและรับมันไว้
เพราะเธอคือเธอ งดงามกว่าใคร เปลี่ยนโลกทั้งใบสดใส
โปรดรับรู้นับจากนี้ไป (ทุกสิ่งที่เธอฝันจะมีฉันคอยมองอยู่)
(จะอยู่ข้างเธอไม่เคยห่างไกล)
เวลาที่เธอทุกข์ทน รู้ไหมมีคนหนึ่งคนห่วงใย
ไม่เป็นไรนะ เพียงหนึ่งวัน เราจะผ่านพ้นไปด้วยกัน
(*,**)
เพราะฉันเป็นคนโชคดีกว่าใคร ได้พบผู้เป็นดวงใจ
จะดูแลด้วยความห่วงใย โปรดจงมั่นใจให้ฉันเข้าไป
และเธอผู้เดียว แสนดีกว่าใคร เปลี่ยนโลกฉันดูสดใส
โปรดรับรู้นับจากนี้ไป ทุกสิ่งที่เธอฝัน ความสำเร็จของเธอนั้น
จะมีฉันคอยมองอยู่
กลิ่นขนมปัง พาฉันหวนคิดถึงวันก่อน ย้อนไป
ณ ที่ดินแดนแห่งความหลัง ยินเสียงสายลมโชยอ่อน สุขใจ
กับเสียงเด็กน้อยไกล ๆ ฉันมองเขาวิ่งไล่จับกัน และยิ้มให้
จนตะวันพลันลาลับไป เป็นเครื่องเตือนบอกกับใจ ว่าถึงเวลากลับบ้านเรา
ฉันตบเท้าก้าวเดิน สิ่งต่าง ๆ ร้อยเรียงประกอบแต่งเติม
ในระหว่างทางที่เดิม ๆ เวลาพาฉันหวนกลับฉับพลัน
ปรากฎภาพใครคนนั้น ในวันแสงจันทร์กระจ่างจับใจ
ทำฉันหลุดเผยความนัย แม้สุดท้ายสิ่งเดียวที่ยิ้มให้
มีเพียงคุณพระจันทร์
*ไฉนคืนวัน ก่อนเคยทำร้ายใจ
กลับฟื้นคืนมา ณ วันอันแสนไกล
กรุ่นกลิ่นหอมหลอมรวม ต่อเติมลมหายใจ
ความบอบช้ำใด ๆ กลับกลายเป็นสุขใจ
ครั้นมองย้อนกลับไป
เพราะวันนี้มีเพียง ผู้คนพลุกพล่านทุกอย่างฉับไว
ตะวันดันลับไป ต้องอยู่ไกลบ้านแม้อยากกลับไป
ความสุขอยู่แห่งหนใด สิ่งต่าง ๆ มากเกินจะแบกเอาไว้
ยินเสียงขบวนรถไฟ เที่ยวสุดท้ายคล้ายบอกกับใจ ว่าถึงเวลากลับห้องเรา
ทุกย่างเท้าก้าวเดิน เพียงผิดพลาดพลั้งยังถูกซ้ำเติม
บรรยากาศซ้ำ ๆ เดิม ๆ ยังคงผิดหวังจิตใจบอบช้ำ
ให้ใจใครไปกี่ครั้ง จนวันแสงจันทร์สว่างดับไป
นานวันไปจึงเข้าใจ ที่ทานตะวันกลับหันให้ มีเพียงคุณพระจันทร์
ไฉนคืนวัน ยังคงทำร้ายใจ
คิดถึงเวลา ที่ผ่านมาแสนไกล
กรุ่นกลิ่นหอมขอวอน โปรดเติมลมหายใจ
ความบอบช้ำใด ๆ โปรดกลายเป็นสุขใจ
ครั้นมองย้อนกลับไป
อดทนไว้ เรื่องร้าย ๆ เดี๋ยวจะผ่านไป
เวลาจะพาความทุกข์กลับกลายเป็นสุขใจ
สุดท้ายคืนวัน ไม่เคยทำร้ายใคร
เมื่อถึงเวลาที่ผ่านเลยแสนไกล
กรุ่นกลิ่นหอมจะพา กลับคืนลมหายใจ
ความบอบช้ำใด ๆ จะกลายเป็นสุขใจ
(*)
กลิ่นขนมปัง แต่งขึ้นจากหนังสือ “ลม ฟ้า อาหาร : ความเรียงว่าด้วยอากาศ อาหาร ลมหายใจ และความหมายของชีวิต” เรื่องราวของผู้คนรอบตัว และตัวผมเองในทุกช่วงชีวิต
ผลงานในรายวิชา 2800232 การเขียนเชิงสร้างสรรค์ในสื่อ
เพลงนี้แต่งขึ้นจากโจทย์ “ให้นิสิตเก็บข้อมูลภาคสนามจากชุมชนที่นิสิตอาศัยอยู่ แล้วนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานสื่อสุนทรียนิเทศศาสตร์ จำนวน 1 เรื่อง” ในรายวิชา 2800232 การเขียนเชิงสร้างสรรค์ในสื่อ
โดยเริ่มจากการวิเคราะห์คำว่า “ชุมชนที่อาศัยอยู่” ของผม ว่าเป็นที่ ๆ ช่วงนี้ผมใช้ชีวิตอยู่ในทุก ๆ วัน ทั้งมหาวิทยาลัย คณะนิเทศฯ ห้องภาค MD รวมไปถึงเพื่อน ๆ ที่ล้วนแล้วแต่มาจากต่างที่กัน แต่ละคนก็มีเรื่องเครียดเรื่องทุกข์ใจแตกต่างกัน ตั้งแต่เรื่อง ครอบครัว ความรัก การเรียน ความคิดถึงบ้าน และความถวิลหาถึงอดีต
เมื่อผมคิดต่อไปอีก จึงนึกถึงสิ่งหนึ่งขึ้นมา หนังสือ “ลม ฟ้า อาหาร : ความเรียงว่าด้วยอากาศ อาหาร ลมหายใจ และความหมายของชีวิต“ ก็เป็นหนึ่งสิ่งที่อยู่ในชุมชนของผมมานาน ณ ช่วงเวลาหนึ่ง เพราะนิสิตทุกคนจำต้องอ่านหนังสือเล่มนี้เพื่อสอบในรายวิชา ความหมายของกลิ่นอาหารนั้นเชื่อมโยงและสะท้อนไปถึงความคิดถึงบ้าน ความโหยหาอดีตที่ผมได้รับจากผู้คนรอบข้างอย่างไม่ขาดสาย รวมถึงตัวผมเองด้วย
ผมกลับมาคิดว่าชุมชนที่ผมอยู่ในอดีตแตกต่างกับปัจจุบันมากเหลือเกิน ในอดีตเราเคยทุกข์ใจกับการที่ต้องกลับบ้านไวกว่าพระอาทิตย์ตก เสียใจกับความรักที่ยังไม่ได้เริ่มต้น แต่ปัจจุบันเรานั้นโหยหายิ่งที่จะกลับบ้านให้ทันพระอาทิตย์ตก และเราต้องพบเจอกับคนที่ใจร้ายซะยิ่งกว่าจะจินตนาการ แต่อย่างไรก็ตาม เรามองกลับไปยังอดีตที่เคยทุกข์ใจยังมีความสุขได้เลย เพราะงั้นปัจจุบันหากเรามีเรื่องทุกข์ใจใด ๆ อยู่ ถ้ามองกลับมาในอนาคตเราจะเป็นสุขใจได้หรือไม่ ผมจึงเขียนเพลงนี้เป็นตัวแทนของผมที่ร้อยเรียงทุกเรื่องราวของชุมชนนี้ไว้
ขอบคุณเรื่องราวจาก ลม ฟ้า อาหาร, ผู้คนรอบข้าง, และตัวผมเองในทุกช่วงชีวิต
เพลงนี้ผมเขียนให้กับคนที่ไม่ว่าจะเผชิญความทุกข์ใจหรือพบเจอกับความเหนื่อยล้ามากแค่ไหน ก็ไม่ยอมแสดงออกมาให้เห็น เพราะกลัวคนที่รักจะต้องเป็นกังวล แต่ถึงอย่างนั้นผมก็รับรู้ได้ถึงความเหนื่อยล้านั้น ผมจึงแต่งเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อโอบกอดคน ๆ นั้นไว้ จะเข้าใจและคอยเป็นห่วงโดยไม่ถามสิ่งใด เพราะฉะนั้นไม่ต้องเล่าให้ฟังอะไรก็ได้ ขอแค่รับรู้ว่าตัวเองเก่งมาก ๆ และพยายามได้ดีมาก อย่าลืมรักตัวเองแล้วก็กอดตัวเองนะ
ยามเช้าหากเธอหนาวใจ ฉันจะกอดเธอไว้ให้อุ่น
โปรดเธอหากมีสิ่งใดฝังใจ ฉันจะอยู่ตรงนี้ข้างกาย ไม่ไปไหน
ไม่จำเป็นต้องเอ่ยสิ่งใด เพียงเธอกอดฉันไว้ ฉันเข้าใจ
*ให้เธอหายดี จากเรื่องราวร้าย ๆ ที่ผ่าน
เธอยังหายใจ โปรดกอดตัวเอง เพื่อตัวเอง รู้ไหม (เธอยังมีฉันห่วงใย)
เพราะสำหรับฉัน เธอเก่งตามทางที่เธอฝัน
จะกี่ภาระความหวัง แสนเหนื่อยล้าฉันเข้าใจ
แค่ขอให้ฟ้าพรุ่งนี้ของเธอสดใส
หากหนักเกินไป แบ่งความทุกข์ใจให้ฉันได้เสมอ
และเธอไม่จำเป็นต้องเอ่ยสิ่งใด เพียงเธอกอดฉันไว้ ฉันเข้าใจ
(*)
เธอยังมีฉันกอดให้เธอหายดี จากเรื่องราวร้าย ๆ ทุกอย่าง
เธอยังหายใจ โปรดกอดตัวเอง เพื่อตัวเอง รู้ไหมเธอยังมีฉันคอยห่วงใย
โปรดกอดตัวเอง เพื่อตัวเอง รู้ไหมเธอยังมีฉันคอยห่วงใย
เธอถ่ายท้องฟ้าอยู่หรือเปล่า วันนี้เธอยิ้มหรือยัง
ตื่นแต่เช้าเพลียหรือเปล่า เด็กดีของผมวันนี้กินข้าวหรือยัง
*บทเพลงนี้มอบให้เธอ และเราจะออกเดินทาง เดินไปด้วยกัน
เมื่อใดเธอรู้สึกอ่อนล้า ยังมีฉัน จะคอยตอบคำถามกันและกัน
**คอยถามว่าเหนื่อยบ้างไหม วันนี้เธอเป็นอย่างไร
ยื่นแขนมา ๆ กอด ๆ กันไว้ เธอยังต้องสู้ต่อไป
ฉันรู้เธอต้องเหนื่อยแค่ไหน มา ๆ ลูบหัวให้ไหม
จะคอยโอบกอดเธอไว้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด
เธอเก่งที่สุดเลยรู้เปล่า ฉันขอให้เธอสดใสในทุก ๆ วัน
เธอสำคัญที่สุดเลยรู้เปล่า เป็นกำลังใจของฉันในทุก ๆ วัน
(*, **)
ขอบคุณที่ถามว่าเหนื่อยบ้างไหม วันนี้ไปเจออะไร
ความห่วงใยเธอกอด ๆ ฉันไว้ เป็นแรงให้สู้ต่อไป
ฉันรู้ว่าเราต้องเหนื่อยแค่ไหน มา ๆ ลูบหัวกันไหม
จะคอยโอบกอดกันไว้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด
ให้เพลงนี้อยู่เคียงข้างกัน ให้เพลงของฉันอยู่กับเธอ
ให้เพลงนี้อยู่เคียงข้างกัน ให้ฉันอยู่ตรงนี้เคียงข้างเธอ
ผมอยากเขียนเพลงที่ถ่ายทอดมุมมองความรักผ่านคำพูดอันแสนเรียบง่ายว่า “เหนื่อยไหม วันนี้เป็นไงบ้าง” เพราะผมรู้สึกว่า ความห่วงใยและความหวังดีที่ออกมาจากคำพูดเหล่านี้ จะช่วยประคับประคองทุกความสัมพันธ์ และมันมีค่ามากกว่าคำบอกรักใด ๆ เพลงนี้จึงเป็นเพลงรักที่ไม่มีคำว่ารัก
ตอนที่เขียนเพลงนี้ ผมมีความรู้สึกว่า อยากเขียนเพลงสักเพลงเพื่อเอาไว้ปลอบโยนตัวเองเวลาเจอเรื่องน่าเศร้าจนนอนไม่หลับ สมมติว่าเราเป็นผู้จากลาไปแสนไกลจากคนที่เรารักมาก ๆ สักคนหนึ่ง เราคงไม่อยากให้เราเป็นเรื่องเศร้าของเขา เราคงปรารถนาแค่ว่าให้เขายิ้มได้ ใจดีกับตัวเองให้มาก ๆ ยืนหยัดและมีความสุขกับชีวิตแทนในส่วนของเรา ไม่ต้องมองกลับมา มองไปที่กระจกก็พอ
ส่องกระจกใสมองหาประกายดาวในดวงตาคู่นั้น สะท้อนเป็นความคิดข้างใน อะไรที่ได้ทำ
ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ได้เวลาพักผ่อน เก็บเรื่องราววุ่นวาย ทิ้งมันไปก่อน
ยิ้มให้กว้าง ๆ จนดวงตาหรี่โค้งลง
*ให้เสียงเพลงโอบกอดเธอในคืนที่เงียบเหงา ตัวเธอเองบอกเธอเอง ตัวฉันยังมีฉัน
เก็บความรู้สึกอ่อนแอแขวนไว้กับดวงจันทร์ ผ่านพ้นคืนนี้ เติบโตขึ้นอีกวัน
ขอให้เธอใจดีกับคนในกระจกไว้ตลอดนะ
(*)
ให้เสียงเพลงโอบกอดเธอในคืนที่เงียบเหงา ตัวฉันจะบอกเธอเอง ตัวเธอยังมีฉัน
เก็บความรู้สึกอ่อนแอแขวนไว้กับดวงจันทร์ ผ่านพ้นคืนนี้ เธอจะเติบโตขึ้นอีกวัน…
seewhyend มี Lifetime Project
“หนังสือของผมตีพิมพ์ทุกวันที่ 18 มิถุนา”
ทำเพลงลงทุกวันเกิด ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 Singles